การพูดและนำเสนองาน
 

[Text : Photo]

   นางสาวพิมพร  ศะริจันทร์ (18 ฤษภาคม 2553)

 

หากพูดถึง สิ่งที่คนกลัวในลำดับต้น ๆ  หนึ่งในนั้นก็คือ   การพูดหน้าชั้นเรียนหรือการพูดในที่สาธารณะ  ทำไมต้องกลัวกันหนักหนา  จากประสบการณ์หรือสอบถามหลายคน คำตอบได้ตรงกันข้อหนึ่งที่ว่า การศึกษาบ้านเราให้โอกาสในการพูดและแสดงความคิดเห็นน้อยมาก ดังนั้น การฝึกพูดหรือการนำเสนอ จึงถูกละเลยและบดบัง โดยผู้สอนไม่เห็นความสำคัญ ส่งผลต่อผู้เรียนในขณะที่เรียนมาจนถึงการทำงานและการเข้าสังคมในที่สุด

 

จากคำตอบที่ว่า  การพูดหรือนำเสนอ หากได้รับการฝึกฝน  ทดลองทำหลาย ๆ ครั้ง ก็จะเกิดทักษะ   ดังนั้น หากผู้อ่านเรื่องนี้อยู่ในฐานะเป็นผู้สอน  หัวหน้างานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องที่ต้องการให้โอกาสกับผู้เรียน ลูกน้อง  เริ่มตั้งแต่ ส่งเข้ารับการฝึกอบรมจากหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ  หรือให้ฝึกฝน และให้คำปรึกษา แนะนำ ค่อยเป็นค่อยไป และหาเวทีให้กับกลุ่มคนเหล่านี้

 

การส่งเข้าฝึกอบรมเป็นเรื่องที่ดี เพราะได้รับการฝึกจากผู้มีประสบการณ์โดยตรง แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่อง งบประมาณ และหากมีจำนวนบุคลากรมากก็เท่ากับปิดโอกาสบางคนไปในที่สุด ขณะเดียวกัน การฝึกอบรมแค่เพียงครั้งเดียว ก็ไม่เท่ากับได้ฝึกฝนบ่อย ๆ จนเกิดทักษะ หรือมีคนคอยให้คำปรึกษาแนะนำ  ซึ่งมีวิธีการง่าย ๆ เบื้องต้น ที่สามารถลองปฏิบัติได้ ดังนี้

 

n การถือไมโครโฟน    ไม่ควรจับไมโครโฟนสองมือ จะด้วยความประหม่าหรือสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองก็ตาม  ห้ามเคาะไมโครโฟนเพราะหากมีการจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์สถานที่ไว้เรียบร้อยแล้วก็สามารถพูดได้เลย  ไม่เล่นสายไมโครโฟน บิดไปมา ทำให้ยิ่งรู้ว่า ผู้พูดมีอาการเขิน  ให้สังเกตระยะปากกับไมโครโฟนที่เหมาะสม  ห่างเกินไปเสียงก็เบา ใกล้ไปก็ก้องฟังไม่รู้เรื่อง


การถือไมโครโฟนด้วยสองมือ

 

n การยืน  การนำเสนอด้วยการยืนนั้น จะสามารถมองเห็นผู้ฟังได้ชัดเจนและเห็นภาพมุมกว้าง มีคำกล่าวที่ว่า หากคนพูดยืน คนฟังก็ยังนั่งฟัง แล้วคนพูดนั่ง คนฟังจะเป็นอย่างไร ให้ลองคิดเอาเอง  การยืนนั้นเท่ากับกวาดสายตาไปทั่ว ๆ ได้ รับรู้ว่า มีคนสนใจหรือไม่เพียงใด  หากเป็นผู้พูดที่มีประสบการณ์ก็สามารถเปลี่ยนเรื่องหรือหาวิธีการอื่นเพื่อมาจูงใจผู้ฟังให้หันมาสนใจผู้พูดอีกครั้งได้
 


การยืนพูดเพื่อนำเสนองาน

 

n การยกมือประกอบการพูด   หลายครั้งการยกมือประกอบการพูดก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้ผู้ฟังสนใจ การยกมือนั้นพยายามให้อยู่ในระดับต่ำกว่าหัวไหล่ และอย่าให้บ่อยจนเกินไป ความสนใจจะไปอยู่ที่มือของผู้พูดแทน นอกจากว่า ผู้พูดต้องการจะชี้ไปยังจุดที่ต้องการนำเสนอ อาจจะมีไม้บรรทัดหรือพ้อยเตอร์ช่วย   การใช้นิ้วชี้ผู้ฟังเป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำ ให้ใช้วิธีการผายมือไปยังผู้ฟังแทน
 

 
การพูดที่มีเอกสารหรือโน้ตประกอบ

 

n เอกสารหรือโน้ต    หากผู้พูดเกรงว่า จะจำหัวข้อหรือรายละเอียดที่ต้องการเน้นย้ำประกอบกับภาพ/รูป/ข้อความที่นำเสนอ ก็สามารถตัดกระดาษขนาดพอดี ทำเป็นบัตรคำหรือการ์ด แล้วบันทึกข้อความกันลืมเอาไว้  การนำชีททั้งแผ่นแล้วพลิกไปมา ทำให้จุดสนใจไปอยู่ที่กระดาษ แล้วยังแสดงให้เห็นว่า ไม่ได้เตรียมตัวมาอย่างดีพอ

 

nการทักทายผู้ฟัง   ไม่เริ่มต้นด้วยคำว่า  ค่ะ  หรือ  ครับ   ผู้ฟังเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียน หรือเพื่อนร่วมงาน ก็ใช้คำทักทายว่า   สวัสดี  แต่หากมีผู้ฟังเป็นผู้สอนหรือผู้ใหญ่ เจ้านาย ผู้บังคับบัญชา  ก็ใช้คำว่า   เรียน    สำหรับคำว่า  กราบเรียน  นั้นจะใช้ตามหลักเกณฑ์ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ ได้แก่บุคคลดังต่อไป เช่น  นายกรัฐมนตรี  ประธานองค์มนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร์ เป็นต้น   ซึ่งระเบียบก็ระบุไว้ว่า  ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา ให้ใช้คำว่า  เรียน

  

ขั้นตอนวิธีการข้างต้น เป็นพื้นฐานง่าย ๆ ที่ผู้เรียนหรือผู้พูด จะทดลองปฏิบัติหรือฝึกฝนด้วยตนเองได้ โดยเฉพาะฝึกที่หน้ากระจก  แล้วการพูดหรือนำเสนอนี้ จะได้ผลดียิ่งขึ้น ก็ต้องได้รับการสนับสนุนและมีเวทีได้ฝึกฝน ให้โอกาสพวกเขาเหล่านั้นได้ฝึก อย่างสม่ำเสมอ   มีผู้สอนหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องในการฝึกคอยให้คำชี้แนะ ปรึกษา ต่อไปเราก็ไม่ต้องห่วงว่า ลูกศิษย์ หรือลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน จะเป็นผู้ที่ พูดได้ มากกว่า  พูดเป็นp

 
(ดาวน์โหลดเอกสาร pdf.)

 
 

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้โดยพิมพร  ศะริจันทร์
สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ
แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย


  นางสาวพิมพร  ศะริจันทร์ เขียนวันที่   10  มีนาคม  2553
เขียนเรื่องนี้จากการสังเกตการนำเสนอหน้าชั้นเรียนของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา สาขาการเลขานุการ ปีการศึกษา 2552 และเข้าร่วมรับฟังการบรรยายจากวิทยากรสถาบันประชาสัมพันธ์ 13 มกราคม  2553 กทม. โรงแรมทาวน์อินทาวน์ กทม.

บทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน
การนำข้อความ ไปตีพิมพ์ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เขียนเท่านั้น
อีเมล
pomdvt@hotmail.com 
ผลงานและสิ่งพิมพ์ของผู้เขียน ปรับปรุงข้อมูล วันเสาร์, 06 สิงหาคม 2554

 

บทความที่เกี่ยวข้อง :
botto Website อาชีพเลขานุการ 
botto Blog อาชีพเลขานุการ



บทความอาชีพเลขานุการ ปี 2010
บทความอาชีพเลขานุการ ปี 2009
บทความอาชีพเลขานุการ ปี 2008
บทความ
อาชีพเลขานุการ ปี 2007

botto หน้าหลัก